จากโจทย์ในภาคการเกษตร สู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
การพัฒนาเทคโนโลยีพลาสมาไม่ได้เริ่มต้นจากเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาของผู้ใช้งาน กระบวนการเดิม และผลลัพธ์ที่ต้องการ หนึ่งในผลงานที่สะท้อนแนวทางดังกล่าวของ Plasma Innovations คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลาสมาเย็นเพื่อศึกษากระบวนการฟักเทียมไข่ไหมชนิดฟักออกปีละสองครั้ง หรือ Bivoltine Silkworm Egg
โครงการนี้มุ่งพัฒนาทางเลือกสำหรับกระบวนการฟักเทียมไข่ไหม ซึ่งโดยทั่วไปอาศัยกรดไฮโดรคลอริกในการกระตุ้นการฟัก แม้ว่าวิธีดังกล่าวสามารถใช้งานได้ แต่กระบวนการต้องใช้น้ำสะอาดในปริมาณมากสำหรับล้างกรดออกจากไข่ไหม รวมถึงต้องมีมาตรการควบคุมการสัมผัสสารเคมี ไอระเหย และการกัดกร่อนของอุปกรณ์
เทคโนโลยีพลาสมาเย็นจึงถูกนำมาศึกษาในฐานะแนวทางที่อาจช่วยลดการพึ่งพาสารเคมี ลดขั้นตอนการใช้น้ำ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยยังคงให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการฟักและคุณภาพของไข่ไหมเป็นหลัก
ความร่วมมือระหว่างงานวิจัยและภาคปฏิบัติ
โครงการวิจัยเริ่มดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมหม่อนไหมกับ รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว.
การศึกษาดำเนินงานร่วมกันในหลายพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดนครราชสีมา ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดขอนแก่น และภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับสภาพการทำงานและความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้งานจริง
การพัฒนาระบบ Gliding Arc Plasma
สำหรับโครงการนี้ มีการพัฒนาเครื่องกำเนิดพลาสมาแบบ Gliding Arc เพื่อใช้ศึกษาการกระตุ้นการฟักของไข่ไหมพันธุ์ J108 × นางลายสระบุรี ครอบคลุมทั้งรูปแบบการฟักทันที หรือ Sokushin และการฟักหลังการเก็บรักษาในห้องเย็น หรือ Reishin
การพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างแหล่งกำเนิดพลาสมา แต่รวมถึงการศึกษาพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น กำลังไฟฟ้า ระยะเวลาในการสัมผัส ระยะห่าง และรูปแบบการกระจายตัวของพลาสมา เพื่อค้นหาสภาวะที่เหมาะสมกับลักษณะของไข่ไหมและขั้นตอนการผลิต
ผลการทดลองเบื้องต้น
ผลการศึกษาในระยะต้นพบว่า เปอร์เซ็นต์การฟักออกของไข่ไหมที่ผ่านกระบวนการพลาสมาเย็นมีแนวโน้มใกล้เคียงกับกระบวนการที่ใช้กรดไฮโดรคลอริก อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา จึงจำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ ความสม่ำเสมอ และความเหมาะสมในสภาพการผลิตจริง
ปัจจุบันการพัฒนามุ่งไปสู่การปรับรูปแบบเครื่องพลาสมาให้เหมาะกับการปฏิบัติงานภายในศูนย์หม่อนไหม ทั้งในด้านขนาดเครื่อง ความสะดวกในการใช้งาน การควบคุมกระบวนการ และความสามารถในการรองรับไข่ไหมในปริมาณที่เหมาะสม